Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Posted in Uncategorized | 1 Comment

FW: เรื่องราวมานะ มานี ปิติ ชูใจ หลังจากเรียนจบ


From: warangkana_o@hotmail.com
To: *
Subject: เรื่องราวมานะ มานี ปิติ ชูใจ หลังจากเรียนจบ
Date: Sat, 9 Jan 2010 18:04:10 -0900

เรื่องราวมานะ มานี ปิติ ชูใจ หลังจากเรียนจบ

แพทย์หญิงมานี รักเผ่าไทย

ออกจากห้องคนไข้คนสุดท้ายเมื่อเวลา 16.55 น. พยาบาลที่รออยู่หน้าห้องรายงานว่า มีสุภาพสตรีคนหนึ่งมาคอยพบอยู่ที่ห้องพักร่วมสองชั่วโมงแล้ว มานีรู้สึกตื่นแต้นจนแทบระงับไม่ไหว เธอขอบใจนางพยาบาลคนนั้นพลางถอดเสื้อคลุมและส่งเครื่องมือแพทย์ให้ แล้วรีบเข้าไปล้างมือในห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด

มานีรู้ดีว่าสุภาพสตรีคนนั้นคือ ชูใจ ชูใจเพื่อนรักที่ไม่ได้พบกันเลยตลอดเวลา 17 ปี แม้จะได้ส่งข่าวคราวโทรศัพท์ถึงกันและได้เห็นภาพถ่ายอยู่เสมอ ก็ไม่ดีใจเท่าจะได้พบกันในวันนี้

เมื่อเรียนจบชั้นประถมปีที่ 6 แล้ว

พ่อของมานีก็ส่งเธอไปเรียนต่อระดับมัธยมศึกษาที่กรุงเทพมหานครเช่นเดียวกับมานะ ส่วนชูใจเรียนต่อที่โรงเรียนประจำอำเภอ แล้วทั้งสองก็ไม่ได้พบกันอีกเลย เพราะย่าของชูใจเสียชีวิต แม่ของชูใจมารับเธอไปอยู่ด้วยที่เพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย พ่อเลี้ยงของชูใจเป็นประธานบริษัทเครื่องหนังที่ร่ำรวย เขาเป็นหมันจึงรักชูใจเหมือนลูกแท้ๆของเขา

ชูใจมีชีวิตที่สุขสมบูรณ์ เธอเรียนต่อด้านการออกแบบเครื่องหนัง และทำงานในบริษัทของพ่อเลี้ยงนั่นเอง และแต่งงานกับลูกชายรองประธานบริษัทซึ่งทำงานอยู่ด้วยกัน

วันนี้ชูใจมีโอกาสได้กลับมาประเทศไทย

เพื่อไปร่วมฉลองพิธีการแต่งงานของปิติที่จังหวัดลำปางในอีกสองวันที่จะถึงนี้ ปิติเรียนสำเร็จจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้พบกับเจ้าสาวของเขาระหว่างเรียนด้วยกัน เจ้าสาวของปิติเป็นลูกสาวชาวสวนผู้มั่งคั่งของจังหวัดลำปาง

เมื่อมานีผลักบังตาเข้าไป

สุภาพสตรีที่นั่งกระวนกระวายอยู่โผเข้ามากอด ทั้งสองกอดกันแน่นหัวเราะพลางร้องไห้พลางด้วยความดีใจสุดขีด

" มานีจ๋า ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน "

" ฉันก็เหมือนกันจ้ะ ชูใจ เธอน่าจะชวนปีเตอร์มาด้วย "

มานีพูดถึงสามีของชูใจ ชูใจคลายวงแขนออก
จ้องมองเพื่อนรักทั้งๆที่น้ำตายังนองหน้า

" ปีเตอร์เหรอจ๊ะ เขาอยากมาจะแย่ แต่ตอนนี้ไม่ว่าง
คราวหน้ามานีแต่งงาน ฉันพาเขามาด้วยแน่ ๆ "
มานีหัวเราะ ใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาให้ชูใจและตนเอง
จูงเพื่อนไปนั่งที่เก้าอี้ " ฉันคงไม่มีวันนั้นหรอกจ๊ะ "

" อะไรกัน ? เธอน่ะทั้งสวย ทั้งดี จันทรเขาเล่าให้ฟังหมดแล้วล่ะ "

" อ้าว ไปพบจันทรกับเพชรมาแล้วเหรอ นี่เธอมานานแล้วซี
ไหนว่าจะนอนพักซักงีบ เครื่องลงเมื่อตีสี่ไม่ใช่เหรอ "

" ใครจะไปงีบลงล่ะจ๊ะ หัวใจมันร่ำร้องอยากพบเพื่อนๆ
อากับอาสะใภ้ไปหาฉันที่โรงแรมเมื่อแปดโมง
ฉันก็เลยมากับอา ไปบ้านอา ไปกรอบคุณแม่ของเธอ
คุณพ่อยังไม่กลับจากทำงาน ไปบ้านปิติเจอแต่แม่ของปิติเหมือนกัน
แล้วก็ไปบ้านจันทรกับเพชร
ร้านของเขาใหญ่โตดีนะ
น้าของเขาก็มอบให้จันทรกับเพชรดูแลร้าน
ลูกคนเล็กของเขาน่ารักนะ
อีกสองคนไปโรงเรียนเลยยังไม่ได้พบ
ถ้าฉันไม่มีทางจะมีลูกได้ ฉันจะขอลูกของจันทรไปเลี้ยง
ไม่รู้เขาจะให้หรือเปล่า " ชูใจคุยจ้ออย่างมีความสุข

" คงให้นะ เพราะจันทรกับเพชรก็รักและไว้ใจชูใจมาก
เออ … เสียดายครูไพลินกับคุณอาทวีปย้ายไปอยู่ที่อื่นเสียแล้ว
เธอเลยไม่ได้พบ "

" นึกถึงความหลังแล้วมีความสุขจัง ถ้าย่ายังอยู่ก็ดีนะ
ยายของปิติก็เสียแล้ว
พี่มานะอกหักแล้วยังหาใหม่ไม่ได้เหรอจ๊ะ
ติดยศพันตรีแล้วไม่ใช่หรือ
กลับมาเยี่ยมบ้านบ่อยไหม
แล้วพี่เขาจะกลับลำปางกับเราไหมจ๊ะ"
มานีหัวเราะเบา ๆ

" พี่มานะเขามีคนรักใหม่แล้ว แต่ไม่รู้จะแต่งงานกันเมื่อไหร่
อาจจะได้พาปีเตอร์มาเร็วๆนี้ก็ได้นะ
วันนี้วันศุกร์พี่มานะมาไม่ได้ พรุ่งนี้เขาจะมาแต่เช้า
ไปกับเราด้วย"

"พี่วีระซินะ น่าสงสาร คนดีๆไม่น่าจะเป็นอย่างนี้เลย"

ชูใจรำพึงอย่างสลดใจ

"เขามีภรรยาไม่ดีจ๊ะ เลยกลายเป็นคนขี้เมาหยำเป เสียสติ
เลอะเลือน เพชรต้องดูแลลุงกับป้าแทน เพชรเป็นคนดีมาก
ฐานะของเขาดีทีเดียว น้องๆได้เรียนสูงๆทุกคน"

"ตอนเขากับจันทรแต่งงานกัน ไม่มีใครบอกฉันเลย"
ชูใจตัดพ้อ

"เขาไม่ยอมให้บอกจ๊ะ
มีสตังค์แล้วจะพาลูกๆไปเยี่ยมเธอเอง"
"ขอให้จริงเถอะ เธอก็เหมือนกัน บอกว่าจะไป จะไป
ไม่เห็นไปสักที" ชูใจควักค้อน

"เพิร์ธน่ะน่าอยู่น่าเที่ยวนะ ฉันไปเที่ยวมาหลายแห่งแล้ว
ไม่ชอบใจเท่าเพิร์ธเลยฉันชอบไปที่บุญที่วัดโพธิญาณกับแม่บ่อยๆ
บางทีพ่อก็ไปด้วยพ่อเลี้ยงของฉันเป็นพุทธศาสนิกชนไปแล้วรู้ไหม"
มานีหัวเราะชอบใจ

"ชูใจยังใช้ภาษาไทยได้ดีอยู่นะ
จากไปตั้งสิบกว่าปีแล้ว"
"ฉันพูดภาษาไทยกับแม่เสมอ แต่เรื่องเขียนนี่สิ
ต้องขอบใจมานีที่เขียนจดหมายถึงฉันอยู่เรื่อยๆ
ทำให้ฉันได้อ่านและเขียนภาษาไทย ไม่ลืมภาษาไทย
พจนานุกรมที่เธอส่งไปให้น่ะ
ฉันใช้อยู่เสมอเวลาเขียนจดหมายถึงเธอ
ม่ายงั้นคงเหมือนกับโคลงโลกนิติที่ว่า อักขระห้าวันหนี
เลยจ๊ะ"

"ชูใจหิวไหมจ๊ะ" มานีถามด้วยความเป็นห่วง

"ไม่หรอกจ๊ะ ก่อนมาหาเธอ
จันทรเขาทำก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ให้ทาน อร่อยจังเลย
ไม่ได้ทานนานแล้ว"

"เย็นนี้เราก็จะไปทานข้าวที่บ้านจันทร
เธอจะกลับไปค้างที่โรงแรมหรือเปล่าจ๊ะ"

"เรื่องอะไร? " ชูใจค้อน "ฉันเตรียมกระเป๋ามาแล้ว
นอนกับเธอ พรุ่งนี้เราก็ไปลำปางกันเลย
เพชรเขาจะขับรถพาไป แต่ทางโรงแรมเขาบริการเอง"

"ปิติคงตื่นเต้นดีใจมากนะ นี่คงจะอยากมาหาพวกเราเต็มแก่
ถ้าไม่ติดว่าจะต้องเป็นเจ้าบ่าว"

"ฉันโทรไปหาเขาแล้ว" ชูใจพูดยิ้มๆ "ดีใจมากเลย
เสียงเอะอะโล้งเล้งตามเคย นี่เดี๋ยวคงโทรมาหาพวกเรา"

"ถ้าเช่นนั้น เราไปบ้านจันทรกันดีกว่านะ"
มานีพูดพลางลุกขึ้นหยิบกระเป๋าถือ

"เดี๋ยวจะวานให้รถโรงพยาบาลไปส่ง ฉันไม่มีรถ
ใช้แต่จักรยาน"

"ไม่ต้องหรอกค่ะ ท่านรองผู้อำนวยการผู้แสนมัธยัสถ์
ฉันมีรถตู้ของโรงแรมมาส่งและคอยรับใช้อยู่ตลอดเวลา
ตามคำสั่งของแด๊ด..เอ๊ย…ของพ่อ
พ่อจองโรงแรมให้และสั่งให้โรงแรมบริการทุกอย่าง
ของฝากเธอก็อยู่ในรถ ฉันมีกระเป๋าถือเก๋ๆ
ที่ฉันออกแบบเองมาฝากเธอด้วยล่ะ"

"เฮ้อ…คนมีสตังค์ล่ะก็ เนรมิตอะไรได้ทุกอย่างนะ"
มานีพูดยิ้มๆ

"ชดเชยกับที่ฉันเคยลำบากเมื่อเล็กๆไงล่ะ แหม
คิดถึงย่าจังเลย"

ทั้งสองเดินเกี่ยวก้อยคุยกันไปยังที่จอดรถซึ่งมีรถคันหรูของโรงแรมมีชื่อจอดอยู่

"เธอสั่งงานไว้เรียบร้อยแล้วหรือ
จะพักร้อนตั้งอาทิตย์เชียวนะ
เห็นจันทรบอกว่าเธอเป็นหมอที่เอาใจใส่ห่วงงานมาก
แม้จะมีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการแล้วก็ตาม
คนทั้งอำเภอรักเธอ ชอบเธอมากนี่ เมื่อตอนโรคฉี่หนูระบาด
เขาว่าเธอไม่ได้หลับได้นอนเลยนี่ใช่ไหมจ๊ะ"

"จ๊ะ ตอนนั้นแย่หน่อย หมอ พยาบาล เหน็ดเหนื่อยกันทุกคน
ตอนนี้ค่อยยังชั่ว ถ้าเธอมาตอนนั้น
หรือปิติแต่งงานตอนนั้น ฉันคงลำบากใจเหมือนกัน"

เมื่อทั้งสองขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว

รถคันงามก็ออกจากโรงพยาบาลมุ่งไปสู่ตัวเมือง
มานีกับชูใจนั่งคุยไปตลอดทาง
สมกับความรักความคิดถึงที่มีต่อกัน
มิตรภาพอันอบอุ่นเมื่อเยาว์วัยหวนกลับมาสู่หัวใจของคนทั้งสอง
ชูใจมองเพื่อนรัก แล้วพูดเบาๆว่า "แล้วเราก็ได้พบกันนะ
มานี แต่อีกไม่กี่วันเราก็ต้องจากกัน"

"แล้วเราก็จะได้พบกันอีกไม่ใช่หรือชูใจ
ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราก็จะได้พบกันแน่นอน"

"แน่นอนจ๊ะ มานี เราจะได้พบกัน"
ชูใจตอบพร้อมยิ้มอย่างเป็นสุข
เมื่อนึกถึงเวลาแห่งความเบิกบานที่จะได้อยู่กับเพื่อนรักตลอดสัปดาห์นี้
แล้ว….เราก็ได้พบกัน

Posted in หนังสือ | Leave a comment

การ์ตูนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

From: girl_cool85@hotmail.com
To: *
Date: Sat, 16 Jan 2010 18:35:36 +0700

Rewadee(Girl) Limkitjaroen Ms.
Sales Co-ordinator
All Seasons Naiharn Phuket 

——————————————————————————–
From: paveenoon@hotmail.com
To: *
Date: Fri, 15 Jan 2010 11:52:52 -0800

From: Kookkai
Sent: Friday, January 15, 2010 9:06 AM
To: *

From: "Charinan V." <charinan_v@kingpower.com>
Date: 15 January 2010 9:23:15 GMT+07:00
To: *

From: Sangaroon
To: *
Sent: Friday, January 15, 2010 8:30 AM

From: ศรัญญา บุญประคอง <nun-sarunya@hotmail.com>
Date: 2010/1/13
To: *

——————————————————————————–
From: panida_259@hotmail.com
To:*
Date: Wed, 13 Jan 2010 12:46:42 +0700

——————————————————————————–
From: goldgear_61@hotmail.com
To: *
Date: Wed, 13 Jan 2010 03:51:55 +0200

——————————————————————————–
From: p-jaree@hotmail.com
To: *
Date: Wed, 13 Jan 2010 08:22:53 +0700

การ์ตูนเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…

 


ให้ทุกข์แก่ท่าน…ทุกข์นั้นถึงตัว

 


ความประมาท….นำมาซึ่งความเจ็บปวด


ความหิว….ไม่เคยปราณีใคร

 


รวมกันเราอยู่…แยกหมู่เราตาย


เลือกเกิดไม่ได้…แต่เลือกที่จะเป็นได้

 

 


ความโลภ…นำมาซึ่งหายนะ 

Posted in Entertainment | Leave a comment

fwd mail: +++ เกาะยอ สมิหลา +++

From: morphine_lie@hotmail.com
To: *
Subject: FW: +++เกาะยอ_สมิหลา+++
Date: Mon, 23 Nov 2009 05:40:48 -0900


…..Yure….. 


From: hippo3456@gmail.com
To: *
Date: Mon, 23 Nov 2009 12:21:09 +0700
Subject: Fwd: +++เกาะยอ_สมิหลา+++


From: noppasak ampornpiriyakul <hippo345@hotmail.com>
Date: 2009/11/23
Subject: +++เกาะยอ_สมิหลา+++
To: hippo3456@gmail.com


From: jeab_rikado@hotmail.com
To: *
Subject: +++เกาะยอ_สมิหลา+++
Date: Sat, 21 Nov 2009 03:50:34 -0900

ตากล้องถ่ายได้สวยมากๆ เทพจริงๆ

 





















Posted in Travel | Leave a comment

fwd mail [18+]: ** ชอบมาก คำแปลเพลง I Will Survive


From: jy.jazz@hotmail.com
To: *
Subject: ** ชอบมาก คำแปลเพลง i will survive
Date: Fri, 11 Dec 2009 16:29:18 +0700

 

คิดได้อย่างไรเนี่ย????

 

คำแปล I will survive


At first I was afraid, I was petrified

เบื้องต้น กูก็กลัว กูก็เกร็ง

Kept thinkin’ I could never live without you by my side

นอยแดรก ว่าถ้ามึงไป ชีวิตต้องหาไม่ต้องตายแหงๆ

But then I spent so many nights thinkin’ how you did me wrong

แต่พอมาทบทวนอยู่หลายคืน……… ถึงวีรกรรมทั้งหลายของมึง

And I grew strong and I learned how to get along

กูก็บรรลุ ว่าจะอยู่ต่อไปยังไง …………..แร้วพอกูกะลังจะไปได้

And so you’re back from outer space

มึงก็เสือกกลับมา

I just walked in to find you here with that sad look upon your face

แม่งมาตีหน้าเศร้าหลอนกันถึงบ้านเลย

I should have changed that stupid lock, I should have made you leave your
key

เชี่ยเอ๊ย..รู้งี้น่าเปลี่ยนกุญแจไปนานแร้ว หรือไม่ยึดกุญแจมึงคืนมาให้แม่งจบจบ

If I’d have known for just one second you’d back to bother me
ไมกูแม่งไม่เฉลียวสักนิดว่ามึงจะคัมแบ็ค มามั่งวะ

Go on now, go walk out the door
ชิ่ว

Just turn around now ‘cause you’re not welcome anymore

ไปเลยไป มาทางไหนไปทางนั้น ไม่ต้องเสือกกะโหลกมาอีก

Weren’t you the one who tried to hurt me with goodbye

ไมใช่มึงเหรอ ที่เป็นคนบอกลา ให้น้ำตากูต้องเช็ดหัวเข่า

Did you think I’d crumble, did you think I’d lay down and die
นึกอะเด่ะ ว่ากูต้องคร่ำครวญหวนไห้อาลัยหา ว่ากูจะด่าวดิ้นสิ้นชีวาตายห่าตายโหง

** Oh, no, not I-I will survive
โอโนโอไม่ โทดที กูไม่ตาย

Oh, as long as I know how to love I know I’ll stay alive

กูมั่นใจว่ากูยังรักเป็น ใจกูย ังเต้น กูไม่ตายหรอก

I’ve got all my life to live and I’ve got all my love to give

ชีวิตยังต้องเดินไป หัวใจยังต้องรักอีก

And I’ll survive, I will survive, hey, hey

กูไม่ตายหรอก กูไม่ตายเว้ย เฮ่ย เฮ่ย

It took all the strength I had not to fall apart
ใช้แรงทั้งหมด ทรงกายไม่ให้ล้ม

Kept tryin’ hard to mend the pieces of my broken heart

หัวใจแม่งโคตรยับเยิน จนเกือบเกินจะซ่อม

And I spent, oh, so many nights just feeling sorry for myself

กี่คืนต่อกี่คืนที่กูต้องทนระทมทุกข์

I used to cry, but now I hold my head up high

เออ กูต้องร้องไห้ แต่ตอนนี้สบาย กูเชิด กูเริด

And you see me, somebody new
ช่วยเบิกเนตรพินิจดูที่กูนี่ กูเป็นคนใหม่

I’m not that chained up little person still in love with you

ไม่ใช่อีของตาย อีทาสสวาทในเรือนใจ อีจำเลยรัก

And so you feel like droppin’ in and just expect me to be free

ที่มึงนึกจะมาทิ่มมาแทงมาแยงเมื่อไร ยังไงก็ได้ แล้วว่ะ

But now I’m savin’ all my lovin’ for someone who’s lovin’ me

กูเก็บรักไว้ให้คนที่รักกูดีกว่า

 


Hotmail: Trusted email with Microsoft’s powerful SPAM protection. Sign up now.
Posted in Entertainment | Leave a comment

fwd mail: น้ำตาหยดแรก

มุนิน เป็นนักเขียนนักวาดจากค่าย LET’S COMiC ครับผม


From: casanova_munoy@hotmail.com
To: *
Subject: FW: น้ำตาหยดแรก
Date: Thu, 3 Dec 2009 11:59:09 +0000

  nOo`nuenG ~* ซึ้งอ่ะ..

พรุ่งนี้อย่าลืมบอกรักพ่อกันด้วยน้า….~


From: pongsa_03@hotmail.com
To: *
Subject: FW: น้ำตาหยดแรก
Date: Mon, 30 Nov 2009 08:24:15 +0700 


From: jim-sakunrat@hotmail.com
To: *
Subject: น้ำตาหยดแรก
Date: Mon, 30 Nov 2009 01:12:23 +0000


 

 @~ JIM ~@

..life is a journey                                                                                                                                           



 
 
 
 
+
+
+
+
+
+
+













Posted in Life | Leave a comment

fwd mail: ชีวิตที่เต็มไปด้วยเกลือ …


From: getbackmaster@hotmail.com
To: *
Subject: ชีวิตที่เต็มไปด้วยเกลือ …
Date: Fri, 11 Dec 2009 14:13:15 +0700

ชีวิตที่เต็มไปด้วยเกลือ …

…ชีวิตที่มีเต็มไปด้วยเกลือ…

โดย อัล อัค

รู้ หรือเปล่า …. ชีวิตแบบไหนคือชีวิตที่น่าเบื่อที่สุด ตอบให้จากประสบการณ์ก็ได้ คือชีวิตที่เอาแต่เล่น เอาแต่สนุก เอาแต่หาความสุข สนองอารมณ์ใส่ตัวเอง? แล้วจะบอกให้ว่าทำไม่มันถึงน่าเบื่อ เซ็ง และหน่ายอย่างที่สุด !!!

ชีวิต ที่จริงจังนั้นสามารถเปิดช่องว่างให้มีการหาความสุขหรือเพลิดเพลินที่ฮะลาล (อนุมัติ)ได้ในสัดส่วนที่พอเหมาะ เหมือนอาหารที่มีเกลืออยู่สัก 4-5 เปอร์เซ็นต์ อาหารนั้นก็มีรสชาด อาหารของบางคนก็อาจใส่เกลือที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่สามารถใส่มากได้ อาจเพียง 1 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ได้รสชาดถูกปากตัวเอง แต่สิ่งที่เราต้องกินก็ยังคงเป็นอาหารหลัก… คือข้าว

แต่ เราลองนึกดูซิ ชีวิตที่มีแต่เรื่องสนุก ก็เหมือนชีวิตที่มีแต่เกลือเป็นส่วนใหญ่ ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีข้าวอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครกินลงไปได้หรอก หรือถ้าต้องกิน ก็เดาไม่ออกว่าหน้าตาคนกินเป็นอย่างไร?

สัดส่วนระหว่าง ความจริงจังกับการผ่อนคลาย ถูกเศาะฮะบะฮฺ บางท่านเปรียบเหมือนสัดส่วนระหว่าง ข้าวกับเกลือ อิสลามไม่ปฏิเสธการผ่อนคลายและความบันเทิงที่ฮะลาล แต่ก็ยอมรับมันในฐานะสิ่งปรุงรสชาดเท่านั้น

หากเราสามารถใส่เกลือลงไปในอาหารได้ถูกต้อง หากเราสามารถผ่อนคลายและหยอกล้อด้วยอารมณ์ขันที่พอดี ชีวิตของเราก็เต็มไปด้วยรสชาด …

อุละมาอ์ท่านหนึ่งได้เปรียบชีวิตว่า ชีวิตที่มีความจริงจังเป็นหลักสามารถมีความผ่อนคลายและบันเทิงได้ แต่ชีวิตที่มีแต่การผ่อนคลายและบันเทิงเป็นหลักไม่สามารถมีความจริงจังได้ คือเหมือนกับข้าวทั้งจานสามารถเติมเกลือให้อร่อยได้ แต่เกลือทั้งจานใส่ข้างสองสามเม็ด ไม่มีใครกินได้หรอก… เป็นโทษอย่างมหันต์

นี่ แหละที่ผมบอกว่า ชีวิตพวกเราที่เน้นความสนุก ความบันเทิง เป็นหลัก ไม่อาจพบความจริงจังได้ ดูซิชีวิตของหนุ่มสาวมุสลิมจำนวนมาก เอาแต่ดูทีวี เล่นเกมส์ จีบสาว จะได้ยินเรื่องอิสลามก็แค่ละหมาดวันศุกร์ หรือยิ่งกว่านั้นบางคนได้ยินแค่วันอีด หรือยิ่งกว่านั้นไม่เคยได้ยินเลย… นี่คือชีวิตที่มีแต่เกลือ

ชีวิต ที่มีแต่เกลืออย่างนี้ อย่าคิดว่าจะสนุกบันเทิงตลอดไปน่ะ ไม่นานนักเกลือมันก็เริ่มออกฤทธิ์ เริ่มมีอาการผิดธรรมชาติที่เกิดจากปรุงอาหารผิดพลาดนี้ตามมา ชีวิตก็เริ่มจำเจ พยายามจะเปลี่ยนสีสันหาความสุขใส่ชีวิตวันแล้ววันเล่า แต่ก็ไม่อาจรักษาความสุขเอาไว้ได้… จนวันหนึ่ง ผมพบว่าคนพวกนี้บางคนถึงกับตะโกนออกมาอย่างสุด ๆ เลยว่า เบื่อชีวิต(โว้ย)

ความสุขที่แท้จริงของคนเรานั้นมาจากวิถีชีวิตที่สนองต่อธรรมชาติของเราได้อย่างสมดุล คน เราถูกสร้างให้กินข้าวสุก คงไม่มีใครไปกินหญ้าเหมือนปศุสัตว์ มีคนเคยลองแล้ว แต่อยู่ได้เพียงสัปดาห์เดียว ต้องกลับมากินข้าวสุกเหมือนเดิม…

ความ สุขที่แท้จริงของคนเรานั้นถูกกำหนดโดยพระผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งได้กำหนดให้ความสุขนั้นผูกอยู่กับสัจธรรม(อัล-ฮักกฺ) การได้ดื่มด่ำกับสัจธรรม การได้อุทิศชีวิตเพื่อสัจธรรม … นี่คือสิ่งที่ชีวิตเราต้องเอาจริงเอาจัง นี่เป็นแก่นสารที่กำหนดให้ชีวิตมนุษย์มีความสุข

การ ใช้ชีวิตให้มีความสุขเป็นศิลปะ ชีวิตที่เหมือนการปรุงอาหาร คือการใช้ชีวิตด้วยความเอาจริงเอาจัง แต่ก็มีสัดส่วนของการบันเทิงผ่อนคลายที่พอเหมาะ ไม่ใช่ชีวิตที่แข็งทื่อ ทำหน้าเหมือนยักษ์ทั้งวัน เหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งโลก แต่ก็ไม่ใช่ชีวิตที่เอาแต่สนุกสนานบันเทิงใจ วัน ๆ เอาแต่กินชา เที่ยวห้าง…
ไม่ มีวันที่ความใฝ่ฝันของคนหนุ่มสาวมุสลิมที่มีอุดมการณ์ทั้งหลายจะบรรลุได้เลย หากเราเป็นคนที่เต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระ หรือวัน ๆ เอาแต่ยุ่งกับเรื่องคนอื่น ไม่มีทาง…

กลับมาเถิด… กลับมาถมชีวิตด้วยความเอาจริงเอาจัง เอาจริงเอาจังกับเรื่องอิสลาม เอาจริงเอาจังกับปัญหาของเพื่อนมนุษย์ มาช่วยกันถมเวลาทั้งวันทั้งคืนของพวกเราให้หมดไปกับความเอาจริงเอาจัง

 

Posted in Life | Leave a comment